วันเสาร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2557


กฎหมายพรากผู้เยาว์


พราก หมายถึง จากไป, พาเอาไปเสียจาก, แยกออกจากกัน, เอาออก จากกัน คำแปลจากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หรือก็คือ การทำให้เด็ก หรือผู้เยาว์ห่างจากผู้ปกครอง

ผู้เยาว์ หมายถึง บุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งจะบรรลุนิติภาวะเมื่อมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ หรือเมื่อทำการสมรส ตาม
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 19
บุคคลย่อมพ้นจากภาวะผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะเมื่อมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 20
ผู้เยาว์ย่อมบรรลุนิติภาวะเมื่อทำการสมรส หากการสมรสนั้นได้ทำตามบทบัญญัติมาตรา 1448

แต่การ "พรากผู้เยาว์" นั้นเป็นผู้ความผิดทางอาญา ในมาตรา 317, 318 และ 319 ดังนี้
 

พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี

            ม.317   ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกพันบาทถึงสามหมื่นบาท

            ผู้ใดโดยทุจริต ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวเด็กซึ่งถูกพรากตามวรรคแรก ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้พรากนั้น

            ถ้าความผิดตามมาตรานี้ได้กระทำเพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท


สำคัญ   1) ป.อ. ม.317 ว.แรก มีความมุ่งหมายเพื่อให้ความคุ้มครองอำนาจปกครองของบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลที่มีต่อผู้เยาว์มิให้ผู้ใดพาไปหรือแยกออกจากความปกครองดูแล โดยไม่จำกัดว่าจะกระทำด้วยวิธีใด และไม่คำนึงถึงระยะใกล้หรือไกล

-                   (คำพิพากษาฎีกาที่ 5484/2555) ----- ผู้เสียหายไปที่บ้านจำเลยโดยจำเลยไม่ได้ชักชวนมา เพียงผู้เสียหายแวะมาซื้อขนมและมาเล่นเอง แต่จำเลยเป็นผู้พาผู้เสียหายเข้าไปในห้องนอนซึ่งอยู่บริเวณชั้นล่างแล้วกระทำอนาจารผู้เสียหาย ดังนั้น แม้จำเลยได้กระทำอนาจารผู้เสียหายในบ้านของจำเลย ขณะนั้นก็ถือได้ว่าผู้เสียหายยังอยู่ในความปกครองดูแลของ บ. ผู้เป็นยาย การกระทำของจำเลยย่อมกระทบกระเทือนต่ออำนาจปกครองของ บ. เพราะแยกสิทธิปกครองของ บ. ในการควบคุมดูแลผู้เสียหายโดยปราศจากเหตุอันสมควร เป็นความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากผู้ปกครองเพื่อการอนาจารตาม ป.. มาตรา 317 วรรคสาม 

2) ป.อ. ม.317 ว.2 ต้องมีเจตนาทุจริต

            (1) ม.317 ว.2 เป็นการที่กฎหมายเอาความผิดกับบุคคลซึ่งไม่ได้กระทำการพรากเด็ก แต่กระทำการเป็นผู้ซื้อ จำหน่ายหรือรับตัวเด็กเอาไว้โดยทุจริต

            (2) เหตุแห่งการได้ตัวมานั้นไม่ว่าจะได้มาโดยเสียค่าตอบแทนหรือไม่ ก็เป็นความผิด (คำพิพากษาฎีกาที่ 1504/36)

-                   (คำพิพากษาฎีกาที่ 1087/20) ----- ผู้เยาว์อายุ 14 ปี หนีออกจากบ้านมารดาไปเป็นลูกจ้างอยู่ร้านค้าทองได้ 5 วัน ถูกล่อลวงไปจากร้านและนำไปขายให้กับจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของและผู้จัดการสถานการค้าประเวณี แม้จะได้ความว่าผู้เยาว์หนีออกจากบ้านไปรับจ้างอยู่กับผู้อื่นก่อน ผู้ล่อลวงชักพาผู้เยาว์ไปเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร ก็เป็นความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากผู้ปกครองตาม ป.. มาตรา 317 วรรคสอง

3) ป.อ. 317 ว.สุดท้าย พรากเด็กไปเพื่ออนาจาร หมายถึง การกระทำที่ไม่สมควรในทางเพศต่อร่างกายบุคคลอื่น เช่น กอด จูบ ลูบคลำร่างกายของหญิงหรือชาย กระทำในที่รโหฐานหรือสาธารณสถานก็หามีผลแตกต่างกันไม่

-                   (คำพิพากษาฎีกาที่ 1087/20) ----- การที่จำเลยพาเด็กหญิง ส. เข้าไปในโรงแรมเพื่อกระทำอนาจาร          หรือร่วมประเวณี แม้จำเลยยังไม่ทันกระทำการดังกล่าวก็ตาม พฤติการณ์ของจำเลย ก็เป็นความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากผู้ปกครองตาม ป.. มาตรา 317 วรรคสาม อันเป็นความผิดสำเร็จแล้ว หาใช่เพียงขั้นพยายามไม่



พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี โดยไม่เต็มใจ

ม.318   ผู้ใดพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่พันบาทถึงสองหมื่นบาท

ผู้ใดโดยทุจริต ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวผู้เยาว์ซึ่งถูกพรากตามวรรคแรก ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้พรากนั้น

ถ้าความผิดตามมาตรานี้ได้กระทำเพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกพันบาทถึงสามหมื่นบาท

พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี โดยเต็มใจ

ม.319   ผู้ใดพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไร หรือ เพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่พันบาทถึงสองหมื่นบาท

ผู้ใดทุจริต ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวผู้เยาว์ซึ่งถูกพรากตามวรรคแรก ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้พรากนั้น

สำคัญ   1) กรณีผู้เยาว์ถูกหลอกลวงให้ไปด้วย ไม่ถือว่าเต็มใจไปด้วย

-                   (คำพิพากษาฎีกาที่ 200/08) ----- จำเลยบอกกับนางสาว ส. ว่าจะพานางสาว ส. ไปพบกับนาย ป. น้องชาย นางสาว ส. หลงเชื่อจึงได้ไปกับจำเลย จะถือว่าไปด้วยความเต็มใจไม่ได้ เป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปีโดยไม่เต็มใจตาม ป.. มาตรา 318

2) ถ้าเป็นความผิดตาม ม.319 ซึ่งเป็นการพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย ถ้าเป็นกรณีพรากไปเพื่ออยู่กินฉันสามีภรรยา ไม่เป็นการอนาจาร จึงไม่เป็นความผิดตาม ม.319 (คำพิพากษาฎีกาที่ 894/38)

-                   (คำพิพากษาฎีกาที่ 200/08) ----- ประสงค์จะพาผู้เยาว์ไปเป็นภริยา แม้ต่อมามีเหตุขัดข้องจึงไม่ได้อยู่ด้วยกัน ก็ไม่เป็นการพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร

3) ความผิดฐานพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร แม้การกระทำจำเลยจะไม่เป็นความผิดฐานอนาจารเพราะผู้เสียหายยินยอมก็เป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจารได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ 2245/37)

-          (คำพิพากษาฎีกาที่ 473/2547) ----- จำเลยรับ ศ. ผู้เยาว์มาจากในตัวเมืองเพชรบุรีแล้วพาไปที่ห้องพักของจำเลย จากนั้นจำเลยไดร่วมประเวณีกับ ศ. แม้ว่า ศ. ออกจากบ้านเองโดยจำเลยไม่ได้เป็นผู้ชักนำ แต่เมื่อจำเลยพบ ศ. ในบริเวณตลาดอำเภอเมืองเพชรบุรีแล้วพาไปค้างคืนที่ห้องพักของจำเลยโดย ศ. ยินยอมแต่ผู้เสียหายซึ่งเป็นมารดาผู้ใช้อำนาจปกครอง ศ. ไม่ได้ยินยอมอนุญาต ย่อมเป็นการพราก ศ. ไปจากอำนาจปกครองของผู้เสียหาย จำเลยร่วมประเวณีกับ ศ. โดยไม่ได้ประสงค์รับเป็นภริยา พฤติกรรมของจำเลยเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรในทางเพศตามครรลองครองธรรม ถือเป็นการกระทำเพื่ออนาจาร เป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา 319 วรรคแรก

4) ความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารสำเร็จนับแต่จำเลยเริ่มพรากผู้เสียหาย การที่จำเลยข่มขืนกระทำชำเราหลังจากนั้น จึงเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่ง

5) ความแตกต่างระหว่าง ม.318 กับ ม.319 คือผู้เยาว์เต็มใจ หรือ ไม่เต็มใจ

 

 

 

     หนังสือกฎหมายอาญา